Site stats ≡ จำได้ไหม? “น้องเมลิค” หรือ “วันเฉลิม” ลูกแม่ลำยอง โตเป็นหนุ่มหล่อคมเข้ม ออร่าพระเอกพุ่งกระฉูด! ➤ Brain Berries

จำได้ไหม? “น้องเมลิค” หรือ “วันเฉลิม” ลูกแม่ลำยอง โตเป็นหนุ่มหล่อคมเข้ม ออร่าพระเอกพุ่งกระฉูด!

Advertisements

กาลเวลาผ่านไปไวราวกับกะพริบตาจริง ๆ ค่ะ หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักละครดราม่าสะท้อนสังคมสุดเข้มข้นระดับตำนานอย่าง “ทองเนื้อเก้า” ที่สร้างปรากฏการณ์กวาดเรตติ้งไปอย่างถล่มทลาย และหนึ่งในตัวละครที่เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของผู้ชมทั่วประเทศ พร้อมกับเรียกน้ำตาแห่งความสงสารไปได้อย่างล้นหลามก็คือ “วันเฉลิม” ลูกชายคนโตของแม่ลำยองและพ่อสันต์นั่นเองค่ะ ซึ่งผู้ที่มารับบทเป็นวันเฉลิมในวัยเด็กทารกจนถึงวัยเตาะแตะนั้นก็คือ “น้องเมลิค” เด็กน้อยตากลมโตสุดจิ้มลิ้ม ล่าสุดโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพอัปเดตในปัจจุบันของน้องเมลิค ซึ่งทำเอาชาวเน็ตและแฟนละครถึงกับต้องขยี้ตารัว ๆ เพราะจากเด็กน้อยวัยกำลังซนในวันนั้น วันนี้ได้เติบโตเป็นหนุ่มเต็มตัว แถมยังพกพาความหล่อคมเข้มมาแบบจัดเต็ม จนหลายคนยกให้เป็นดาวรุ่งดวงใหม่ที่น่าจับตามองที่สุดในตอนนี้เลยล่ะค่ะ

สำหรับโปรไฟล์ของหนุ่มน้อยหน้าหล่อคนนี้ เขามีชื่อจริงว่า “เมลิค เอเฟ่ ไอย์กูน” (Melik Efe Aygun) เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553 ปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่วัยรุ่นอย่างเต็มตัว ความโดดเด่นที่ทำให้หลายคนสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็นคือใบหน้าที่หล่อเหลาเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการผสมผสานสายเลือดถึง 3 เชื้อชาติ ได้แก่ ตุรกี ไทย และจีน ทำให้โครงหน้าของน้องเมลิคมีความคมคายแบบชาวยุโรป ทั้งดวงตาที่กลมโตลึกซึ้ง จมูกที่โด่งเป็นสัน แต่ก็ยังคงมีความละมุนละไมแบบฉบับเอเชียซ่อนอยู่ นอกจากนี้ ชื่อของเขายังมีความหมายที่เท่มาก ๆ โดยคำว่า “เมลิค” ในภาษาตุรกีแปลว่า “พระราชา” ส่วนคำว่า “เอเฟ่” ซึ่งเป็นชื่อกลาง แปลว่า “ความเข้มแข็ง” เมื่อรวมกันแล้วจึงกลายเป็นชื่อที่สง่างามและสะท้อนถึงบุคลิกที่ดูสุขุมของเจ้าตัวในตอนนี้ได้อย่างลงตัวที่สุดค่ะ

หากเราลองย้อนกลับไปดูเส้นทางในวงการบันเทิงของน้องเมลิค ต้องบอกเลยว่าเขาฉายแววความเป็นซูเปอร์สตาร์มาตั้งแต่ยังแบเบาะเลยทีเดียวค่ะ น้องเมลิคเริ่มต้นเข้าสู่วงการจากการเข้าประกวดเวที Johnson’s Baby Club 2011 ตั้งแต่อายุเพียง 8-9 เดือนเท่านั้น จากนั้นก็มีโอกาสได้ถ่ายทำโฆษณาทางโทรทัศน์ในแคมเปญวันแม่ ซึ่งด้วยความน่ารักสดใสและเป็นธรรมชาติ ทำให้เขาถูกตาต้องใจทีมงานละคร และได้รับการคัดเลือกให้มารับบทสำคัญอย่างวันเฉลิม รุ่นที่ 1 ในละครเรื่องทองเนื้อเก้า ในขณะที่มีอายุเพียงประมาณ 2 ขวบ 3 เดือน การแสดงความไร้เดียงสาผ่านสายตาแป๋ว ๆ ในตอนนั้น ทำให้แฟนละครทั่วบ้านทั่วเมืองต่างพากันตกหลุมรักและเอ็นดูเด็กน้อยคนนี้กันอย่างหมดหัวใจ

นอกเหนือจากผลงานหน้าจอแล้ว ในส่วนของการใช้ชีวิตและการศึกษานั้น ทางครอบครัวของน้องเมลิคก็ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากค่ะ ในช่วงวัยเด็ก คุณแม่ได้ตัดสินใจเลือกการเรียนการสอนแบบโฮมสคูล (Home School) ให้กับน้อง เพื่อให้เขาสามารถเรียนรู้และพัฒนาทักษะต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่และเหมาะสมกับช่วงวัย ก่อนที่จะเริ่มปรับเปลี่ยนให้น้องก้าวเข้าสู่การเรียนในระบบโรงเรียนตามปกติเมื่อเริ่มเติบโตขึ้น การดูแลอย่างใกล้ชิดและให้อิสระในการเรียนรู้นี้เองที่มีส่วนช่วยหล่อหลอมให้น้องเมลิคกลายเป็นเด็กหนุ่มที่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีความรับผิดชอบ และสามารถใช้ชีวิตวัยเด็กได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องรับความกดดันจากการเป็นที่รู้จักมากจนเกินไป

และอีกหนึ่งมุมน่ารัก ๆ ที่ทำให้ใครหลายคนยิ่งตกหลุมรักหนุ่มคนนี้มากขึ้นไปอีก ก็คือจิตใจที่อ่อนโยนและความเป็นคนรักสัตว์ของเขาค่ะ ภายใต้ภาพลักษณ์ที่ดูเป็นหนุ่มหล่อคมเข้ม น้องเมลิคมีความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกเสมอ เขามักจะคอยช่วยเหลือสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ อย่างเช่นการนำนกที่บาดเจ็บกลับมาดูแลรักษาและป้อนอาหารที่บ้านจนกว่าจะหายดีและบินกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ ซึ่งคุณแม่ของน้องก็มองเห็นถึงความรักและความผูกพันตรงนี้ จึงมีความตั้งใจและพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากในอนาคตน้องเมลิคมีความสนใจอยากจะทำงานด้านการช่วยเหลือสัตว์ (Animal Rescuer) ถือว่าเป็นเด็กหนุ่มที่หล่อทั้งรูปร่างหน้าตาและหล่อทั้งจิตใจจากข้างในจริง ๆ ค่ะ

ทันทีที่ภาพความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการความหล่อของน้องเมลิคถูกเผยแพร่ออกไปบนโลกโซเชียล บรรดาแฟนคลับและพี่ป้าน้าอาที่เคยติดตามผลงานมาตั้งแต่ยุคทองเนื้อเก้า ต่างก็เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างถล่มทลาย หลายเสียงโหวตตรงกันว่า ด้วยออร่าความหล่อที่เปล่งประกาย รูปร่างที่สูงโปร่งสมวัย และเสน่ห์ที่ดูเป็นธรรมชาติขนาดนี้ สามารถดันขึ้นแท่นเป็น “พระเอก” วัยรุ่นคนใหม่ของวงการบันเทิงได้อย่างสบาย ๆ จากวันเฉลิมตัวน้อยที่เคยวิ่งตามแม่ลำยองในวันนั้น สู่วัยรุ่นหนุ่มหล่อละมุนในวันนี้ เชื่อว่าแฟน ๆ หลายคนคงจะตั้งตารอคอยและพร้อมที่จะสนับสนุนผลงานของน้องเมลิค หากเขาตัดสินใจกลับมาโลดแล่นมอบความสุขบนหน้าจอโทรทัศน์ให้เราได้ชมกันอีกครั้งในอนาคตค่ะ