สงครามในยูเครนและรัสเซียในวันนี้

จริงๆแล้ว ความคุกรุ่นของสถานการณ์ระหว่างประเทศรัสเซีย และยูเครน มีมาตั้งแต่ปี 2014 แล้ว โดยการที่รัสเซียเริ่มจากการประกาศเอกราชของสามดินแดน ที่เป็นของยูเครน โดยที่ทั่วโลกได้เรียกสงครามนี้ว่า สงครามความขัดแย้งภาคตะวันออก แต่สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง โดยเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ประเทศรัสเซียได้ยกระดับความขัดแย้งนี้ ให้เป็น สงครามอย่างเป็นทางการ

ในระยะเวลาอาทิตย์กว่าๆนี้ ทางรัสเซียได้บุกโจมตีสนามบินต่างๆ, ฐานทัพทางทหาร, สะพาน และอาคารสำคัญหลายๆแห่ง นอกจากนี้ เหล่าขีปนาวุธ และระเบิดของกองทัพรัสเซีย ก็ได้ทำลายบ้านเรือน, อาคาร, โรงพยาบาล, โรงเรียน และได้พรากชีวิตชาวยูเครน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มากมาย ผู้คนทั่วประเทศต่างหนีเอาตัวรอดโดยการหนีไปอยู่ในที่ต่างๆ เช่นสถานีรถไฟใต้ดิน ส่วนผู้หญิงและเด็กจำนวนมาก ก็ได้อพยพย้ายไปยังประเทศโปแลนด์, ฮังการี และประเทศใกล้เคียง ทางด้านตะวันตกของยูเครน โดยการจราจรในยูเครนนั้นแน่นขนัด ทั้งรถยนต์ รถไฟ ที่หนาแน่น และเสียงระเบิด และปืนที่ดังขึ้นตลอดเวลา

แต่หัวใจของชาวยูเครนนั้นกล้าหาญมาก และไม่ยอมแพ้ในการต่อสู้ครั้งนี้ โดยที่กองทัพของยูเครนนั้นทำหน้าที่อย่างดีที่สุด เพื่อที่จะปกป้องประชาชนชาวยูเครน ที่เป็นดั่งครอบครัวของพวกเขา โดยที่พวกเขายืนหยัดที่จะต่อสู้จนถึงที่สุด แม้ว่าจะถูกขู่จากรัสเซียว่า ถ้าไม่ถอยทัพที่พวกเขาปกป้องเกาะ Zmiinyi ทางรัสเซียจะโจมตีแน่นอน ซึ่งทางยูเครนก็ไม่ได้มีท่าทียอมแพ้แต่อย่างใด และยิ่งมีความฮึกเหิมมากขึ้นอีกด้วย 

ประชาชนชาวยูเครนต่างก็ลงชื่อ เพื่อที่จะอาสาปกป้องประเทศ โดยที่พวกเขานั้นได้รับการแจกอาวุธ สำหรับคนที่ไม่มีอาวุธ ก็มีหน้าที่ในการช่วยกันผลิตระเบิดขวด เพื่อที่จะใช้โจมตีรถถัง และทางกองทัพของรัสเซีย ส่วนประชาชนในเมืองต่างๆ ก็พร้อมใจกันเดินเท้า ด้วยมือเปล่าที่ไร้อาวุธ เพื่อที่จะเป็นกำแพงมนุษย์ ไม่ให้ฝั่งทหารรัสเซียได้ผ่านเข้าไปในตัวเมือง

สำหรับชาวยูเครนที่ปกป้องแผ่นดินนั้น ต่อสู้ด้วยความกล้าหาญ และไร้ความหวาดกลัวใดๆ เคียงข้างกับรัฐบาล เพื่อปกป้องประเทศจากการรุกรานของรัสเซีย พวกเขาร่วมใจกันร้องเพลงชาติ และตะโกนขับไล่ให้ทหารรัสเซียกลับไปยังที่ที่พวกเขาจากมา


ในขณะเดียวกัน สื่อมวลชนของรัสเซียก็ไม่เปิดเผยตัวเลขความสูญเสียเลย ตั้งแต่เกิดสถานการณ์นี้มา และยังบอกอีกว่าทางกองทัพรัสเซียนั้นได้ดำเนินการไปด้วยดี และไม่มีความสูญเสียเลย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ตัวเลขความสูญเสียของทางกองทัพรัสเซียนั้นก็มีตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่อัพเดทเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ในเวลาประมาณ 6 โมงเช้า

  • ทหารรัสเซียกว่า 5300 นาย
  • เครื่องบินที่เสียหายกว่า 29 ลำ
  • รถถังที่เสียหาย 191 คัน
  • ยานพาหนะติดอาวุธ 816 คัน
  • ปืนใหญ่ 74 ลำ
  • ระบบจรวดขีปนาวุธ 1
  • เครื่องยิงจรวจบีเอ็ม-21 ทั้งหมด 21 เครื่อง
  • ยานพาหนะทางทหาร 291 คัน
  • ถังเก็บน้ำ 60 หน่วย
  • โดรนทางทหาร 3
  • เรือ 2 ลำ
  • อุปกรณ์โจมตีทางอากาศ 5

สำหรับทหารรัสเซียที่ถูกจับเป็นเชลยนั้น ได้รับการดูแลภายใต้หลักมนุษยธรรม พวกเขาได้รับการอนุญาตให้ติดต่อกับญาติพี่น้องของเขา และได้รับการรักษาพยาบาลจากทางยูเครน

Donate to the Ukrainian Army HERE and HERE . It’s literally the only thing standing between Russia and Europe.