Site stats ≡ เตือนสายกิน! 4 เมนูยอดฮิตทำร้ายข้อเข่าเสี่ยงเสื่อมก่อนวัยเลี่ยงได้ควรเลี่ยง ➤ Brain Berries

เตือนสายกิน! 4 เมนูยอดฮิตทำร้ายข้อเข่าเสี่ยงเสื่อมก่อนวัยเลี่ยงได้ควรเลี่ยง

Advertisements

ใครที่เริ่มมีอาการปวดตึงหัวเข่า หรือได้ยินเสียงดังก๊อบแก๊บเวลาเดินขึ้นลงบันได อย่าเพิ่งรีบโทษว่าเป็นเพราะอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างเดียวนะคะ เพราะบางทีสาเหตุใกล้ตัวอาจมาจาก “ของอร่อย” ที่เราทานกันอยู่ทุกวันก็ได้ ล่าสุดมีข้อมูลที่น่าสนใจจาก นพ.จาง เหมียวหยวน ศัลยแพทย์กระดูกและข้อจากไต้หวัน ออกมาเตือนว่า มีเมนูยอดฮิต 4 ประเภทที่ถ้าเราตามใจปากมากเกินไป อาจเป็นการเร่งให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควรได้เลย อาการข้อฝืดติดหรือปวดตึงเหล่านี้ ทางการแพทย์เรียกว่า “ภาวะกระดูกอ่อนข้อสึก” (Osteoarthritis) ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อของเราเริ่มสึกกร่อน ทำให้กระดูกเกิดการเสียดสีกันจนอักเสบ จะมีเมนูโปรดของใครซ่อนอยู่บ้าง ลองมาเช็กกันดูค่ะ

มาเริ่มกันที่กลุ่มแรก อาหารว่างที่มีน้ำตาลสูง และเครื่องดื่มรสหวานจัด เชื่อว่าเมนูเหล่านี้เป็นของโปรดที่หลายคนขาดไม่ได้เลยเวลาต้องการเติมความสดชื่นระหว่างวัน ไม่ว่าจะเป็นขนมเค้กเนื้อนุ่ม โดนัท เบเกอรี่ต่างๆ ไปจนถึงชานมไข่มุกและน้ำอัดลม ทราบไหมคะว่าความหวานที่ทำให้เราอารมณ์ดีนี่แหละคือตัวการสำคัญที่เข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรังแบบเงียบๆ เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ข้อต่อต่างๆ เกิดอาการบวม ปวด และไวต่อการระคายเคืองได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ปริมาณแคลอรีและน้ำตาลที่สูงลิ่ว ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำหนักตัวของเราพุ่งทะยาน ซึ่งเมื่อน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ข้อเข่าของเราก็จะต้องรับภาระหนักขึ้นในการพยุงร่างกายตามไปด้วย รวมถึงยังไปรบกวนระบบการเผาผลาญ ทำให้สุขภาพกระดูกและข้อโดยรวมแย่ลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ

กลุ่มต่อมาคือ อาหารทอด และเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีไขมันสูง ใครที่ชื่นชอบเมนูไก่ทอดกรอบๆ เฟรนช์ฟรายส์ หรือชอบจัดปาร์ตี้หมูกระทะที่เต็มไปด้วยเบคอน ไส้กรอก และเนื้อติดมัน อาจต้องเริ่มระมัดระวังการทานกันให้มากขึ้นแล้วค่ะ เพราะอาหารที่ผ่านการทอดด้วยอุณหภูมิความร้อนสูง มักจะอุดมไปด้วยไขมันที่ไม่ดีและเกิดสารประกอบบางชนิดที่สามารถเข้าไปทำลายเซลล์กระดูกอ่อนของเราได้โดยตรง ส่วนกลุ่มเนื้อสัตว์แปรรูปและเนื้อแดงนั้น นอกจากจะมีปริมาณไขมันจากสัตว์สูงแล้ว ยังแฝงไปด้วยโซเดียมจำนวนมหาศาล การรับประทานเมนูเหล่านี้เป็นประจำ จึงเปรียบเสมือนการเติมเชื้อไฟให้ร่างกายเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเร่งกระบวนการเสื่อมและทำให้กระดูกอ่อนบริเวณข้อเข่าสึกกร่อนได้ไวกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจเริ่มกังวลว่าแล้วเราควรจะดูแลตัวเองอย่างไรดี นพ.จาง เหมียวหยวน ได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า การบำรุงรักษากระดูกและข้อเข่านั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการซื้ออาหารเสริมราคาแพงๆ เสมอไปค่ะ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของเราต่างหาก เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการปรับเปลี่ยนโภชนาการ หันมาเลือกรับประทานปลาทะเลที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล หรือปลาซาร์ดีน เพราะไขมันดีชนิดนี้มีคุณสมบัติในการช่วยลดการอักเสบและบำรุงกระดูกอ่อนข้อได้เป็นอย่างดี ควบคู่ไปกับการรับประทานผักใบเขียวเข้มและผลไม้ตระกูลเบอร์รี อย่างเช่น บลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี และเชอร์รี ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยชะลอความเสื่อมของข้อต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากการพิจารณาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ขาดไม่ได้ค่ะ สำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหาข้อเข่า แนะนำให้หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงๆ และหันมาทำกิจกรรมเบาๆ อย่างการเดินรับลม ปั่นจักรยาน หรือการว่ายน้ำแทน กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อเข่าให้แข็งแรงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อสามารถช่วยพยุงและลดแรงกดที่กระแทกลงบนกระดูกอ่อนได้โดยตรง และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ การพยายามควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานค่ะ เพราะทุกๆ กิโลกรัมที่ลดลง จะช่วยลดภาระของข้อเข่าได้มหาศาล หากร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนด้วยอาการปวดตื้อๆ หรือรู้สึกฝืดขัด การรีบปรับพฤติกรรมตั้งแต่วันนี้ จะช่วยรักษาสุขภาพข้อเข่าให้อยู่คู่กับเราไปได้อีกนานค่ะ