9 สุดยอด DLC ที่จะทำให้การเล่นเกมของคุณสนุกมากยิ่งขึ้น

Advertisements

DLC ย่อมาจาก Downloadable content ซึ่งเป็นเหมือนอาวุธลับที่ทำให้เกมส์ของคุณสนุกยิ่งขึ้น ก่อนที่เราจะมี DLC นั้น เกมส์ต่างๆไม่ได้สนุกเท่านี้ อย่างไรก็ตาม ด้วยการพัฒนาของอินเตอร์เน็ตนั้น ทำให้ผู้พัฒนาเกมส์นั้นเห็นว่า การทำเกมนั้นยากขึ้นแต่ก่อนมาก แต่ก็ทำเงินได้เท่าเดิม แล้วทางออกของพวกคืออะไรล่ะ พวกเขาจึงย่อรายละเอียดไอเท็มของเกมส์ต่างๆ แล้วแยกขาย เพื่อสร้างมูลค่าให้กับบริษัทมากยิ่งขึ้น 

อย่างไรก็ตาม DLC นั้นถูกทำมาเพื่อคอเกมส์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสีสันให้กับเกมส์ หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เล่น ดังนั้น เหล่านี้จึงเป็น 10 สุดยอด DLC ตลอดการ

1. Trespasser – Dragon Age: Inquisition

จากฟีดแบ๊กจากผู้ใช้งาน ไอเท็มนี้ดีแต่ไม่ได้เป็นที่สุดของเกมในตระกูลของ Dragon Age ซึ่งมันดีกว่าเวอร์ชั่นที่ 2 แต่ยังไม่สามารถต่อสู้กับ Origins ได้ นอกเหนือจากนั้น มีอีกหลายคนที่ไม่ชอบ Inquisition เพราะมันค่อนข้างสับสน และไม่มีข้ออธิบายเท่าไหร่ แต่ก็ยังโชคดีที่ทาง Bioware ที่สร้าง DLC สำหรับเกม Trespasser ซึ่งมันสามารถช่วยแก้ไขข้อบกพร่องของเกม และยังทำให้เกมสนุกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

2. The Lost Crowns – Dark Souls II

Dark Souls II นั้นแบ่งกลุ่มผู้เล่นที่เป็นกลุ่มที่ชอบ และไม่ชอบ กลุ่มที่ไม่ชอบก็บอกว่าระดับความยากนั้นมันง่ายไป และเหล่าบอสก็ไม่ได้ดูน่าสนใจเท่าไหร่ และในทั่วๆไปแล้ว มันดูแตกต่างจาก Dark Souls เวอร์ชั่นออริจินัล แต่เมื่อ DLC ของเกม The Lost Crowns นั้นได้ออกมา คำวิจารณ์ในด้านลบก็หายไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นตัว Fume Knight, Sinh หรือ Ivory King นั้น ทำให้เรานึกถึงสมัยก่อนได้ดี

3. Air, Land, and Sea – Just Cause 3

เกมนี้ขึ้นชื่อได้ว่า ไม่เคยหยุดมีไอเทมใหม่ๆ หรือฟีเจอร์ที่แปลก ซึ่งมันเป็นหนึ่งในเกมส์ที่สนุก และรื่นรมย์มากที่สุดในตำนาน แล้วเราจะทำมันให้สนุกมากขึ้นอย่างไร? ในฟีเจอร์นี้ เขาได้ให้เจ็ตแพ็ก และอุปกรณ์อื่นๆแก่ Rico และมันทำให้สร้างสีสันให้กับเรื่องราวของเกม แต่ใครจะต้องการฟีเจอร์นี้ล่ะ ในเมื่อเกมนี้สนุกมากๆด้วยตัวของมันอยู่แล้ว

4. The Shivering Isles – The Elder Scrolls: Oblivion

ไอเท็มนี้ เป็นเหมือนกับ Alice in Wonderland ในสไตล์ของ Bethasda ซึ่งบอส Sheogorath ที่เป็นสุดยอดของตัวร้าย และคุณสามารถที่จะต่อสู้กับเขาได้ ในดินแดนของบ่อน้ำกรด และต้นเห็ดยักษ์ แม้ว่าอีกหลายปีต่อมา เกมต่างๆจะนำเอาข้อนี้มาล้อ ซึ่งทำให้เป็นเรื่องขบขัน ที่ทำให้เพิ่มความสนุกมากยิ่งขึ้น

5. Blood & Wine – Witcher III

เป็นที่แน่ชัดว่านิยายชาวโปแลนด์ จะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ของชาวตะวันตกแช่นกัน เกมนี้ประสบความสำเร็จในการมียอดขายกว่าล้านยอดสั่งซื้อ และเป็นเกมที่ 3 ที่ได้รับรางวัลเกมยอดเยี่ยมแห่งปีอีกด้วย แต่นั่นก็ถึงแค่เมื่อ DLC ของเกมนี้ได้ออกมาเท่านั้น ที่คุณสามารถออกล่าแวมไพร์ได้

6. DLC ทั้งหมด ของเกม Fallout: New Vegas

ในส่วนของ Fallout: New Vegas ทุก ๆ ส่วนเสริมที่สมควรได้รับความสนใจ แต่ละคนมีเอกลักษณ์และร่วมกันพวกเขาทำได้ดีพอ ๆ กับเกมพื้นฐานหากไม่ดีขึ้น นั้น ในทุกๆฟีเจอร์เสริมนั้นน่าสนใจ และแต่ละอันก็เป็นเอกลักษณ์ แต่พอมารวมกันแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เกมนั้นต่างไปจากเกมพื้นฐานเลย 

ใน Dead Money คุณก็เพียงแค่พยายามไปที่หลุมฝังศพคาสิโน

ใน Honest Hearts นั้น ตัวละครหลักจะตกอยู่ในหุบเขาแห่งยูทาห์และมีส่วนร่วมในสงครามระหว่างชนเผ่า

ใน Old World Blues คุณจะได้เรียนรู้ที่จะไม่ไว้วางใจอวัยวะที่ดูแปลก ๆ ของคุณ

ใน DLC อันสุดท้าย ที่มีชื่อว่า Lonesome Road  คุณจะไปที่มุมไกลของดินแดนรกร้างที่ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับอดีตที่ถูกลืมของคุณ

7. Dragonborn – The Elder Scrolls V

ตัวละครหลักจะถูกย้ายไปที่เกาะ Solsthein และนอกเหนือจากการเดินทางแล้ว เกมจะสามารถพาผู้เล่นไปให้ได้เห็นดินแดนที่ทำให้คิดถึงวัยเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเสียงเพลง, สไลด์เดอร์ลอยฟ้า และไอเท็มอื่นๆ ที่จะทำให้หัวใจของคุณเต้นรัว

8. The Old Hunters – Bloodborne

DLC ของเกม The Old Hunter ทำให้เกมพื้นฐานนั้นสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มเข้ามาของไอเท็ม และสถานที่ต่างๆในเกม และการเข้าถึง DLC นี้ คุณจะต้องทำตามขั้นตอนต่างๆที่เกมกำหนด เพราะมันค่อนข้างสับสน และเหล่าคนพัฒนาเกมต้องเขียนวิธีการเล่นด้วยตัวของพวกเขาเอง เพื่อบอกให้ผู้เล่นไปหาไอเท็มที่สำคัญ ที่จะทำให้พวกเขาผ่านด่านไปยังด่านที่สูงขึ้น แต่มันก็คุ้มค่ามากๆ

9. Iceborne – Monster Hunter World

การต่อสู้กับเหล่ามังกร และสัตว์ประหลาดต่างๆ เพื่อที่จะได้รับอาวุธที่ดีขึ้น เพื่อใช้ในการต่อสู้กับบอสในด่านต่างๆ ซึ่งวัฎจักรนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่กำลังรู้สึกเบื่อ และเกมนี้ก็มีกลยุทธ์ และความยาก ที่จะทำให้คุณรู้สึกท้าทายกับเหล่าสัตว์ประหลาด, และสถานที่ต่างๆ แล้วอะไรที่สำคัญกว่ากันล่ะ คำตอบก็คือ เรื่องราวของเกมนี้ ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกับว่ากำลังท่องไปในยังโลกใบใหม่



Loading...