ความก้าวหน้าของการผลิตวัคซีนเพื่อรักษาโรคโควิด-19

Advertisements

ในปัจจุบัน เราก็ยังต้องเผชิญกับการคุกคามของโรคโควิด 19 ที่ระบาดไปทั่วโลก และสถานการณ์การระบาดของโรคนี้ ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายให้เบาลง ซึ่งการป้องกันโรคโควิด 19 ให้ได้ถาวร ก็คงต้องหวังให้นักวิทยาศาสตร์ได้วิจัย และคิดค้นวัคซีนเพื่อรักษาโรค เพราะในปัจจุบัน การรักษาของแพทย์นั้น ก็เป็นการรักษา บรรเทาตามอาการเท่านั้น

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าโรคโควิด 19 เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งก็มีคำถามว่า ทำไมถึงไม่มียารักษา ซึ่งก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า โรคที่เกิดจากไวรัสนั้น ต้องอาศัยภูมิคุ้มกันในร่างกาย เป็นผู้ต่อสู้กับเชื้อโดยตรง แม้มียารักษา ก็เป็นไปแบบตามอาการเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือไข้หวัดที่เกิดจากไวรัส ก็มีการรักษาแบบเดียวกันทั้งนั้น นอกเหนือจากที่จะให้วัคซีนแล้ว ผู้ป่วยต้องได้รับการพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อที่ร่างกายจะได้สร้างภูมิคุ้มกัน ต่างจากโรคที่เกิดจาการติดเชื้อของแบคทีเรีย ที่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะ ในการฆ่าเชื้อ ดังนั้น การผลิตวัคซีน จึงเป็นความหวังสำคัญของการรักษาโรคโควิด 19 และนี่ คือความก้าวหน้าของการผลิตวัคซีน เพื่อใช้รักษาโรคโควิด 19 จากทั่วโลก

วัคซีน mRNA-1273

วัคซีนนี้เป็นของบริษัท Moderna ที่ตั้งอยู่ในเมืองแมสซาชูเซสส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นวัคซีนที่มีความก้าวหน้าที่สุด เมื่อเทียบกับวัคซีนชนิดอื่น วัคซีนนี้ เป็นวัคซีนที่ทำมาจาก mRNA สังเคราะห์ ซึ่งเทียบได้กับการทำงานของ messenger ซึ่งเมื่อวัคซีนตัวนี้เข้าไปในร่างกายแล้ว จะไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดี้เพื่อไปทำลายเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งตัว mRNA ที่ว่านี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายเซลล์เป้าหมาย SARS-CoV-2 เนื่องจากเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคซาร์ส ที่เคยระบาดในสมัยก่อน มีโครงสร้างที่คล้ายกับตัวเชื้อไวรัสโคโรนานี้ และการทดลองของวัคซีนตัวนี้ ได้เริ่มทำการฉีดให้กับกลุ่มอาสาสมัครแล้ว แล้วกำลังอยู่ในระหว่างการรอผลการรักษา

วัคซีน Ad5-nCoV

วัคซีนตัวนี้ ดำเนินการโดยบริษัท Cansino Bio ของประเทศจีน ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนามาจากวัคซีนที่เคยใช้รักษาโรคอีโบล่า ที่เคยระบาดอย่างหนักในแถบทวีปแอฟริกา เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยการทำงานของตัววัคซีน จะเป็นการส่งตัวกลาง เพื่อใช้เหนี่ยวนำให้เกิดเชื้อ SARS-CoV-2 ในร่างกายเรา แล้วระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะตอบสนองในการสร้างแอนติบอดี เพื่อรับมือกับวัคซีนตัวนี้อีกที

วัคซีน ChAdOx1 nCoV-12

วัคซีนตัวนี้ นำการวิจัยโดยมหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนามาจาก วัคซีนที่ใช้รักษาโรค MERS และได้จากเซลล์ของลิงชิมแพนซี และการทำงานของวัคซีนตัวนี้ ก็จะคล้ายกับตัววัคซีน Ad5-nCoV ซึ่งคณะการทำงานของวัคซีนนี้ กำลังรับสมัครอาสาสมัครจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อทดลองวัคซีนดังกล่าว

วัคซีน LV-SMENP-DC

วัคซีนตัวนี้ เป็นของบริษัท Shenzhen Geno-Immune Medical Institute แห่งประเทศจีน โดยการทำงานของวัคซีนตัวนี้คือ จะเหนี่ยวนำเชื้อไวรัสโคโรน่าในร่างกาย แล้วไปกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว และกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันประเภท T-cells ในร่างกายของเรา ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง

วัคซีน BCG

เป็นโครงการวิจัยของ กลุ่มผู้วิจัยแห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นการพัฒนาวัคซีนที่ใช้ในการรักษาโรควัณโรค Tuberculosis เพื่อใช้ในการต่อสู้กับไวรัสโคโรน่า ซึ่งเป้าหมายของวัคซีนตัวนี้ จะใช้กับกลุ่มผู้ทำงานสายการแพทย์ ที่ต้องคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคโควิด 19 โดยตั้งเป้าไว้ที่ กลุ่มตัวอย่าง 1,000 คน จาก 8 โรงพยาบาลในประเทศเนเธอร์แลนด์

วัคซีน BCG II

เป็นโครงการวิจัยของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นวัคซีนที่พัฒนามาจากวัคซีนที่ใช้รักษาโรควัณโรค เช่นเดียวกับโครงการวิจัยของประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มผู้คลุกคลีกับผู้ป่วย 8,000 คน ทั่วประเทศออสเตรเลีย



Loading...