ม้าป่าอาเคอร์เทคกะ สิ่งมีชีวิตที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดในโลก

Advertisements

โดยตามประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศ ถ้าหากเราได้สังเกต จะพบว่า ม้าเป็นพาหนะคู่ใจของทหาร นักรบ ซึ่งได้เคียงคู่มนุษย์ในการปกป้องบ้านเมืองมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ด้วยความรูปร่างที่สง่างาม และท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่อ่อนไหว ที่กระฉับกระเฉง และอ่อนไหวได้ในเวลาเดียวกัน ทำให้ม้า เป็นหนึ่งในสัตว์ที่มีความสวยงาม ติดอันดับต้นๆเลยทีเดียว

หากกล่าวถึงม้า สายพันธุ์ที่สวยงามที่สุดแล้วนั้น อาจจะต้องยกให้กับ ม้าป่าอาเคอร์เทคกะ ม้าพันธุ์งามที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเติร์กเมนิสถาน ในแถบตะวันออกกลาง แต่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื่อว่า ม้าพันธุ์นี้ เคยถูกใช้เป็นพาหนะของเจงกีซข่าน ผู้ยิ่งใหญ่ของแดนมังกร และในนวนิยายจีนชื่อดัง เช่นมังกรหยก และสามก๊ก ก็ได้ปรากฏชื่อม้าพันธุ์นี้เป็นพาหนะของตัวละครหลักในเรื่องอีกด้วย ได้แก่ ม้าเหงื่อโลหิตของก๊วยเจ๋ง ในนวนิยายเรื่อง มังกรหยก ภาคก๊วยเจ๋ง และ ม้าเช็กเทาของลิโป้และกวนอู ในนวนิยายเรื่องสามก๊กอันลือลั่น

ด้วยรูปร่างที่สวยงามของม้าป่าอาเคอร์เทคกะ คือ มีมัดกล้ามเนื้อแน่นหนา อย่างเห็นได้ชัด ขนที่เงาวับ ประกอบด้วยด้วยท่าท่างการวิ่งเหยาะๆ ที่สง่างามอย่างเป็นเอกลักษณ์ ทำให้ดูน่าหลงใหลยิ่งนัก เมื่อขนที่เงาวับ สะท้อนแสงจากการเคลื่อนไหวของมัน ทำให้เรานึกถึงผ้าแพรไหม ที่สะบัดช้าๆ ขณะที่พวกมันกำลังวิ่ง โดยม้าป่าอาเคอร์เทคกะนั้นมีเพียงไม่กี่สี ได้แก่ สีเทา, สีดำ, สีเม็ดเกาลัด และสีทอง ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสีที่ได้รับความนิยม และมันวาวเป็นพิเศษ จากรูปร่างที่สง่างามที่เกินจะบรรยายได้นั้น ทำให้ม้าป่าอาเคอร์เทคกะ ถูกได้รับการขนานนามว่า เป็น “ม้าจากสวรรค์”

นอกจากรูปร่างที่สวยงามของม้าพันธุ์นี้แล้ว ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ มีความอึดและอดทนมาก เนื่องจากมีถิ่นกำเนิดมาจากทะเลทราย

หากกล่าวถึงมูลค่าของม้าป่าอาเคอร์เทคกะแล้ว ม้าพันธุ์นี้มีคุณค่ามากเหลือเกิน เพราะเมื่อสืบจากสายพันธุ์ของมันแล้ว พบว่า ม้าสายพันธุ์นี้มีสายพันธุ์ที่ยาวนาน กว่า 3,000 ปีมาแล้ว จึงนับว่าเป็นหนึ่งในพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดเลยก็ว่าได้  โดยปัจจุบัน พบว่า มีจำนวนของม้าป่าอาอาเคอร์เทคกะทั้งโลกรวมกันแล้ว มีไม่เกิน 3,500 ตัวเท่านั้นเอง ดังนั้นเมื่ออ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ ท่านคงไม่อยากจะนึกถึงมูลค่าของมันเลยใช่มั้ยล่ะ ด้วยความที่หายาก และความสวยงามดั่งม้าในวรรณคดี ทำให้มูลค่าของมันตกอยู่ราวๆ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 300 ล้านบาทไทยเลยทีเดียว



Loading...